กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสต์

สพป.พิจิตร เขต 1 แจงเรื่อง"อาคารหลวงพ่อเงิน"

สพป.พิจิตร เขต 1 แจงเรื่อง"อาคารหลวงพ่อเงิน"

อาคารหลวงพ่อเงิน.jpg
15-12-2010 09:56


        ตามที่มีข่าวทางสื่อมวลชนก็ดี  จากการโจษขานกันระหว่างบุคคล  กลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งภายในและนอกวงการครู  จังหวัดพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงก็ดี  เกี่ยวกับเรื่องครูมัธยมต้องการขออาคารหลวงพ่อเงิน(สำนักงานสามัญจังหวัดเดิม)  ซึ่งขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 (สพป.) เป็นผู้ครอบครอง  และใช้ประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546  ซึ่งให้ยุบรวมกรมและสำนักงานต่างๆ  เป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การบริหารจัดการทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดีตลอดมา
        ตราบจนกระทั่ง  เมื่อวันที่  23  กรกฎาคม 2553  ได้มีประกาศแบ่งเขตมัธยมศึกษาขึ้น  ทำให้โรงเรียนมัธยมศึกษา(กรมสามัญเดิม)ในจังหวัดพิจิตร   ต้องไปขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 41 (กำแพงเพชร)  ด้วยเหตุแห่งประกาศกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว  ทำให้บุคคล  กลุ่มบุคคลได้กระทำการ  ทำให้เกิดเหตุความไม่เข้าใจในหมู่วงการข้าราชการครู  ระหว่างเขต  และสร้างความสับสนให้กับประชาชนผู้ได้ยินได้เห็นข่าว  จึงใคร่ขอเรียนข้อเท็จจริง  ดังนี้
        เมื่อวันที่ 25  สิงหาคม 2553  สพม. 41  ผอ.รร.กำแพงเพชรพิทยาคม รักษาการ ผอ.สพม.เขต 41 ได้มีหนังสือมายัง สพป.พิจิตร เขต 1  เพื่อขออาคารหลวงพ่อเงินคืน  เนื่องจากครูกรมสามัญเดิมได้ร่วมบริจาคเงินสร้างกันมาเอง  และได้มารวมตัวกันเพื่อขอฟังผล  ทาง สพป.พิจิตร เขต 1  โดยนายสุรเสน  ทั่งทอง  ได้เป็นประธานที่ประชุมรับฟังข้อคิดเห็น  และแนวทางการดำเนินการ  ในที่ประชุมได้ตกลงกันว่า
                1.  ให้ทาง สพม.เขต 41  แสดงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการใช้องค์กรดังกล่าว  อย่างไร
                2.  ให้ทางกลุ่มอำนวยการ  สพป.พิจิตร เขต 1  ซึ่งใช้อาคารดังกล่าว  มาตั้งแต่ปี 2546  มีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร  สามารถจะขยับขยายย้ายที่ทำการได้หรือไม่อย่างไร
                3.  ให้ทั้งสองฝ่ายส่งผู้แทนมาตกลงหาวิธีการมาตรการในการศึกษาข้อมูล  เหตุผล ความจำเป็นทั้งสองฝ่ายเพื่อ เสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณา  ตั้งแต่วันที่  25 สิงหาคม 2553  เป็นต้นมา
        ตราบจนเวลาล่วงเลยไปนานพอสมควร  ทาง ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1  ได้ติดตามทวงถามผลการดำเนินการของผู้ที่ได้รับมอบหมาย  ได้ความว่าผู้ที่ได้รับมอบหมาย  มิได้ดำเนินการใดๆ  ทำให้เกิดการวิพากษ์  วิจารณ์ไปในแนวทางที่เสียหาย  ทั้งทางเว็บไซต์และทางการพูดจา  จาบจ้วง  อีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความเสียหายอย่างไม่เป็นธรรม
        จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สพป.พิจิตร เขต 1  แจ้งเป็นหนังสือไปยัง สพม.41  เพื่อให้เกิดความเข้าใจ  ช่วยแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้  ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553  หนังสือที่  ศธ  04099/5705  ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553
        ตราบจนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)  มีคำสั่งแต่งตั้ง ผอ.สพม.41  นายมานพ  ดีมี  ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.  ได้เดินทางมาขอหารือกับนายสุรเสน  ทั่งทอง  ณ สพป.พิจิตร เขต 1  โดยมี        นายชนะ  สุ่มมาตย์  รอง ผอ.สพม.เขต 41  ,นายเสน่ห์จิตต์  สุภศิริรักษ์  ผอ.รร.พิจิตรพิทยาคม  และนายมานพ  เกตุเมฆ  ผอ.รร.หัวดงรัฐชนูปถัมภ์  ร่วมรับฟังอยู่ด้วย  มีข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาว่า  ให้ทาง สพม.เขต 41  แต่งตั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาเจรจา  ก่อนตัดสินใจ  ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงจะปฏิบัติตาม
        ในวันที่  24 พ.ย. 2553  หลังจากการประชุมได้  6 วัน  นายเสน่ห์จิตต์  สุภศิริรักษ์  ได้มีหนังสือเรียกร้องขออาคารสถานที่คืนจาก สพป.พิจิตร เขต 1  ด้วยเหตุตอนยุบรวมเขตพื้นที่มิได้ขอใช้อาคารและสถานที่ดังกล่าว  จึงได้พิจารณาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถามไปยังธนารักษ์จังหวัดว่า  ความจริงเป็นเช่นไร  เขตพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุม กำกับ ติดตาม  ตามที่ พ.ร.บ.บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546  เท่านั้น  มิได้ต้องเป็นอื่น  จึงต้องรอธนารักษ์จังหวัดพิจารณา
        ส่วน สพม.41  ได้มีประกาศแต่งตั้งที่ปรึกษา  แต่งตั้งคณะทำงาน ณ วันที่  24  พฤศจิกายน 2553  แจ้งมายัง สพป.พิจิตร เขต 1 เพื่อดำเนินการตามมติ  หารือระหว่างผู้บริหารทั้งสองฝ่ายต่อไป
        และหลังจากนั้น  วันที่  8  ธันวาคม 2553  ได้มีการประชุมเรียกร้องขออาคารดังกล่าวคืนอีกที่โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม  โดยคณะผู้เข้าร่วมประชุม  ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม. เขต 41   หลังจากประชุม  ได้เข้าไปพบ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร  ท่านก็ให้ข้อคิดเห็นไปแล้วทางข่าวอินเตอร์เน็ต ว่า  “ถ้าต้องการที่ทำการรีบด่วน  ก็ให้ใช้อาคารศาลากลางไปก่อน  เนื่องจากพื้นที่ว่างมากมาย”
        ถึงอย่างไรก็ตาม  ความต้องการ  ความจำเป็นที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้พี่น้อง  เพื่อนครูมัธยม  ได้เกิดความสะดวก  ในการติดต่อประสานงาน  การส่งเสริมคุณภาพการศึกษา  ทาง สพป.พิจิตร เขต 1  มิได้รังเกียจใดๆ  แต่ที่เกิดกรณีดังกล่าวอาจจะเกิดจากความเข้าใจ  และการเข้าถึงข้อมูลที่ลึกซึ้ง  ที่แท้จริงเป็นเช่นไร  ขอทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยพิจารณา  หากมีเหตุผล  ความจำเป็นข้อมูลในการพิจารณา  ผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่อย่าได้กังวล  แต่จะให้ตอบว่า  ได้ หรือไม่ได้  มิใช่วิสัยของนักบริหารที่มีความต้องรับผิดชอบต่อสังคมทั้งสองฝ่าย
        แม้ในปัจจุบัน  ทางเขตก็ยังเบิกเงินเดือน  เงินค่าตอบแทนใช้สอย  วัสดุ  เงินบำเหน็จ บำนาญ   และเงินสวัสดิการอื่นใดอยู่เลย  แล้วเหตุไฉนเราจะต้องมาทะเลาะขัดแย้งกันทำไม
        รอก่อนได้ไหม  !
กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสต์